วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อลังการงานสร้างของเซิร์นยิงลำอนุภาคก่อมินิบิกแบง

เซิร์นยิงลำอนุภาคก่อมินิบิกแบง


นักฟิสิกส์ของเซิร์นประสบความสำเร็จในการยิงอนุภาคย่อยชนกันที่พลังงานสูง สุดเป็นสถิติใหม่ สร้างมินิบิกแบงที่คล้ายกับการระเบิดยุคแรกเริ่มของการก่อกำเนิดจักรวาล เมื่อ 13.7 พันล้านปีก่อน นักวิทยาศาสตร์โห่ร้องเป็นการเริ่มต้นของยุคใหม่

ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ยุโรป (เซิร์น) ประกาศว่า โครงการเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ (แอลเอชซี) ของเซิร์นสามารถปลดปล่อยการระเบิดของพลังงานในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน จากการยิงลำอนุภาคย่อยของโปรตอนพุ่งชนกันด้วยความเร็วใกล้ความเร็วแสง ภายในวงแหวนเครื่องเร่งอนุภาคความยาว 27 กิ โลเมตรใต้พรมแดนฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์ใกล้กับนครเจนีวา เมื่อเวลา 13.06 น. วันที่ 30 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่นของสวิส

เปาลา คาตาปาโน นักวิทยาศาสตร์และโฆษกของเซิร์น กล่าวว่า การยิงลำอนุภาคชนกันได้ที่ระดับ 7 Tev (ล้านล้านอิเล็กตรอนโวลต์) ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ส่วนเซอร์จิโอ แบร์โตลุกซี ผู้อำนวยการวิจัยของเซิร์นบอกว่า ความสำเร็จครั้งนี้เปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์อย่างแท้ จริง ในขณะที่รอล์ฟ ฮอยเออร์ ผู้อำนวยการทั่วไปของเซิร์น ถึงกับสะกดอารมณ์ตื่นเต้นไม่อยู่ขณะแถลงผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากโตเกียว โดยยกว่ามันคือช่วงเวลามหัศจรรย์ทางวิทยาศาสตร์

ความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการมูลค่า 9.4 พันล้านดอลลาร์นี้เกิดขึ้นภายหลังการเริ่มต้นอย่างกระท่อนกระแท่นของเครื่อง เร่งอนุภาคที่ใช้เงินลงทุนมหาศาล เมื่อปี 2551 ที่ทำให้นักฟิสิกส์ต้องยุติการทดลองเพื่อซ่อมแซมเครื่องหลังจากเปิดใช้งาน ได้แค่ไม่กี่วัน ก่อนจะเริ่มเดินเครื่องได้ใหม่เมื่อ พ.ย.ปีก่อน

ในความพยายามครั้งที่ 3 ของวัน นักฟิสิกส์สามารถทำให้ลำอนุภาคโปรตอน 20 ล้านอนุภาคพุ่งชนกันได้สำเร็จ ก่อให้เกิดการระเบิดของพลังงานในระดับเศษเสี้ยวที่เล็กมาก ที่ 7 TeV ซึ่งเป็นการจำลองสภาพการระเบิดใกล้เคียงกับบิกแบงที่ก่อกำเนิดเอกภพ ที่ซึ่งสสารและพลังงานถูกปลดปล่อยออกมา และนำไปสู่การก่อตัวของกลุ่มดาวและดาวเคราะห์และกำเนิดชีวิตในท้ายที่สุด

"เราอยู่ในระดับหนึ่งในพันล้านส่วนวินาทีของบิกแบง" เจมส์ กิลลีส์ โฆษกเซิร์นกล่าว

นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่ประจำตามห้องควบคุมต่างๆ ของเซิร์นต่างโห่ร้องยินดีและปรบมือเกรียวกราวเมื่อเครื่องตรวจหาแสดง ภาพกราฟิกการชนกันของอนุภาคย่อยของอะตอมบนจอคอมพิวเตอร์

สตีฟ มายเออร์ส ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีและเครื่องเร่งอนุภาค เปรียบเทียบความพยายามดังกล่าวว่า เหมือนการยิงเข็มจากสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกให้พุ่งชนกันที่กึ่ง กลางมหาสมุทร โดยอนุภาคเหล่านี้วิ่งสวนกันรอบวงแหวนดังกล่าวที่ความเร็วมากกว่า 5,000 รอบต่อวินาที

แอลเอชซีเคยประสบความสำเร็จในการยิงลำอนุภาคโปรตอน 2 ลำสวนทิศทางกันที่ระดับ 3.5 TeV เมื่อวันที่ 19 มี.ค. แต่การชนกันที่ระดับ 7 Tev ยังไม่ใช่ที่สุด แอลเอชซีตั้งเป้าจะเร่งอนุภาคถึงระดับ 14 Tev หรือ 2 เท่าของการทดลองปัจจุบัน ซึ่งเทียบเท่ากับ 99.99% ของความเร็วแสง

หลายเดือนและหลายปีนับจากนี้ นักวิจัยราว 10,000 คนในห้องปฏิบัติการทั่วโลกรวมถึงที่เซิร์นจะวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ จะได้จากการชนการชนอนุภาคเป็นพันๆ ล้านครั้ง เพื่อสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น นักวิทยาศาสตร์ตั้งความหวังไว้ด้วยว่า เครื่องนี้จะเผยหลักฐานของสสารมืด, อนุภาคฮิกส์โบซอนหรืออนุภาคพระเจ้า หรืออาจเผยมิติใหม่ๆ เพิ่มจาก 4 มิติที่มีอยู่

อย่างไรก็ดี เซิร์นยืนยันปฏิเสธเสียงทักท้วงของนักวิทยาศาสตร์อื่นๆ โดยเฉพาะจากสหรัฐและเยอรมนีที่สะท้อนความกังวลของนักทฤษฎีโลกาวินาศ ที่อ้างว่าโครงการนี้อาจสร้างหลุมดำขนาดจิ๋วที่จะดูดโลกกลืนหายไปด้วย.
1 เมษายน 2553

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก http://www.thaipost.net/news

3 ความคิดเห็น:

  1. ดีนะ

    ทำไมเนื้อหาเยอะจัง

    ตอบลบ
  2. อะโหหหหห

    น่าอ่านสุดดๆๆๆ

    แต่ไม่ดีกว่าเดวจะฉลาดเกินน55++

    ตอบลบ
  3. เยอะจังแต่ขี้เกียจอ่านล้อเล่นน่าอ่าสุด

    ตอบลบ