วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เรื่อง จริงของ antimatter

ครั้ง แรกของ antihydrogen

อะตอมของ antihydrogen ประกอบด้วย antiproton และโพซิตรอน (โพซิตรอน) ซึ่งทำให้ antiatom ง่ายUnfortunately, this does not make it any easier to produce in the lab. แต่นี้จะไม่ทำให้มันง่าย ๆ ในการผลิตในห้องปฏิบัติการ Persuading the antiprotons and positrons to combine together was a challenge that no one had managed to solve until the PS210 at CERN created the first atoms of antihydrogen in 1995. ชักชวน antiprotons และ positrons รวมกันเป็นความท้าทายที่ไม่มีใครมีการจัดการเพื่อแก้จน PS210 ที่ CERN ที่สร้างอะตอมแรกของ antihydrogen ในปี 1995

It was a difficult task both for the physicists and for the operation team at CERN's Low Energy Antiproton Ring (LEAR) – the main machine used for the experiment. มันเป็นงานยากทั้งฟิสิกส์และทีมงานที่ CERN ของพลังงานต่ำ Antiproton Ring (LEAR) -- เครื่องจักรหลักที่ใช้ในการทดสอบ The researchers allowed antiprotons circulating inside LEAR to collide with atoms of a heavy element. นักวิจัยได้ antiprotons หมุนเวียนภายใน LEAR ไปชนอะตอมของธาตุหนัก Any antiprotons passing close enough to a heavy atomic nucleus could create an electron-positron pair; in a tiny fraction of cases, the antiproton would bind with the positron to make an atom of antihydrogen. antiprotons ใดผ่านใกล้พอที่จะนิวเคลียสอะตอมหนักได้สร้างคู่อิเล็กตรอนโพซิตรอน -; ในส่วนเล็ก ๆ ของราย antiproton จะผูกกับโพซิตรอนเพื่อให้อะตอมของ antihydrogen

The process was complicated, time-consuming and required a lot of effort but it led to a ground-breaking achievement. กระบวนการได้ซับซ้อนใช้เวลาและต้องใช้ความพยายามมาก แต่นำไปสู่ความสำเร็จภาคพื้นทำลาย When the announcement of the production of 9 antiatoms at CERN was made early in 1996, the news travelled around the world to be reported in newspapers, on radio and on television. เมื่อประกาศการผลิต 9 antiatoms ที่ CERN ที่ทำในช่วงต้นปี 1996 ข่าวเดินทางทั่วโลกที่มีการรายงานในหนังสือพิมพ์วิทยุและโทรทัศน์

However, the fleeting existence of the antiatoms meant that they could not be used for further studies. อย่างไรก็ตามมีอยู่ประเดี๋ยวเดียวของ antiatoms หมายความว่าพวกเขาไม่สามารถใช้ในการศึกษาต่อ Each one existed for only about 40 billionths of a second, travelling at nearly the speed of light over a path of 10 m before it annihilated with ordinary matter. แต่ละคนมีอยู่เพียงประมาณ 40/1000000000 ของสองเดินทางที่เกือบความเร็วแสงผ่านเส้นทางของ 10 เมตรก่อนที่จะวินาศกับเรื่องธรรมดา

Antihydrogen en masse Antihydrogen en masse

Soon after the PS210 experiment, the study of antimatter at CERN was interrupted. หลังจากการทดสอบ PS210 การศึกษาของ antimatter ที่ CERN ถูกขัดจังหวะ LEAR's operation came to an end in 1996 when the machine had to be converted for use with a future accelerator – the Large Hadron Collider . ของการดำเนินการ LEAR มาสิ้นสุดในปี 1996 เมื่อเครื่องมีการแปลงเพื่อใช้กับคันเร่งในอนาคต -- Large Hadron ธาตุ Another machine called the Antiproton Decelerator was built at CERN to produce and slow down antiparticles. เครื่องอื่นเรียกว่า Antiproton Decelerator ถูกสร้างขึ้นที่ CERN ผลิตและชะลอ antiparticles Using this new facility, which came into operation in 2000, two experiments called ATHENA and ATRAP succeeded in producing antihydrogen atoms for the first time in large quantities in 2002. นี้โดยใช้สถานที่ใหม่ที่เข้ามาดำเนินการในปี 2000 สองการทดลองที่เรียกว่า ATRAP Athena และประสบความสำเร็จในการผลิตอะตอม antihydrogen ครั้งแรกในปริมาณมากในปี 2002

ATHENA and ATRAP were set up in the late 1990s to produce low-energy antihydrogen atoms for comparison with hydrogen atoms. Athena และ ATRAP มีขึ้นในปลายปี 1990 เพื่อผลิตอะตอม antihydrogen พลังงานต่ำสำหรับการเปรียบเทียบกับอะตอมไฮโดรเจน

In PS210 the antiatoms had been formed in motion close to the speed of light and were too energetic to study. ใน PS210 antiatoms ได้เกิดขึ้นในการเคลื่อนที่ใกล้ความเร็วแสงและมีพลังมากในการศึกษา What was needed was a technique to tame the constituents of the antiatoms by trapping, storing and slowing them down. สิ่งที่ถูกต้องเป็นเทคนิคที่เชื่ององค์ประกอบของ antiatoms โดยดัก, การจัดเก็บและชะลอตัวลงนั้น ATHENA and ATRAP achieved this using a novel method that overcame the limitations of the previous techniques. Athena และ ATRAP ความนี้ใช้วิธีใหม่ที่ก้าวผ่านข้อ จำกัด ของเทคนิคก่อน

In September 2002, ATHENA announced the first controlled production of a large number of antihydrogen atoms at low energies and the direct observation of their annihilation. ในเดือนกันยายน 2002 Athena ประกาศควบคุมการผลิตแรกจำนวนมากของอะตอม antihydrogen ที่พลังงานต่ำและการสังเกตโดยตรงของการทำลายล้างของพวกเขา A month later ATRAP announced the first glimpse inside the antiatom. เดือนต่อมา ATRAP ประกาศเหลือบแรกภายใน antiatom

The ATHENA experiment ended in November 2004 and an experiment called ALPHA has since been set up to continue the research begun by its predecessor. การทดสอบ Athena สิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายนปี 2004 และการทดสอบที่เรียกว่า ALPHA ได้ตั้งแต่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการต่อบรรพบุรุษของการวิจัยเริ่มด้วย

ขอขอบพระคุณบทความดีๆจาก http://public.web.cern.ch

โรเล็กซ์หนุน “เซิร์น” สร้างนิทรรศการ “เอกภพแห่งอนุภาค”

โรเล็กซ์หนุน “เซิร์น” สร้างนิทรรศการ “เอกภพแห่งอนุภาค”

โรเล็กซ์ - โรเล็กซ์สนับสนุนการเปิดตัวนิทรรศการสำคัญระดับโลก “เอกภพแห่งอนุภาค” เผยความลับแห่งจักรวาลในโดม “โกลบ” ของเซิร์น อาคารนิทรรศการที่เป็นโครงสร้างไม้สูงที่สุดในโลก พร้อมเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้

เซิร์น (CERN) เปิดตัวนิทรรศการถาวร “จักรวาลแห่งอนุภาค” (Universe of Particles) ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยโรเล็กซ์(Rolex) เมื่อ 28 มิ.ย.53 โดยพร้อมจะเปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้ในวันที่ 1 ก.ค.53 โดยนิทรรศการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่จัดแสดงกว่า 450 ตารางเมตร ในอาคารจัดแสดงนิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม “เดอะโกลบ” (Globe) ซึ่งเป็นอาคารเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร ประกอบขึ้นด้วยไม้ทั้งหมด และเป็นอาคารทรงโดมที่มีโครงสร้างเป็นไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

นิทรรศการจักรวาลแห่งอนุภาคนี้เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และจะได้สำรวจจักรวาลแห่งอนุภาคที่น่าตื่นตาตื่นใจ เริ่มตั้งแต่อนุภาคที่เล็กจนถึงอนุภาคที่ใหญ่อย่างไม่มีที่สิ้นสุดและเรื่อง ราวจากปรากฏการณ์บิกแบง (Big Bang) จนถึงปัจจุบัน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลล้ำสมัยที่ออกแบบโดย อาเทลิเย บรุคเนอร์ นักออกแบบเจ้ารางวัลชาวเยอรมันและทีมงาน และเป็นผู้ออกแบบนิทรรศการถาวรอีกหลากหลาย อาทิ พิพิธภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยู ในกรุงมิวนิค, เมจิกบ็อกซ์ ของไอบีเอ็ม สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ งานเซี่ยงไฮ้เอกซ์โป 2010 และกำแพงแห่งแอฟริกา ณ งานเอ็กโป 2008 ที่เมืองซาราโกซา

รอฟ ฮอยเออร์ ผู้อำนวยการทั่วไปของเซิร์น กล่าวว่าการอธิบายถึงวัตถุประสงค์และผลลัพธ์ต่างๆ ของงานวิจัยของเราต่อสาธารณชนนั้น นับว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยศูนย์แสดงนิทรรศการซึ่งสร้างขึ้นด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของโรเล็กซ์ นั้น เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ของกลยุทธิ์ในการเข้าถึงและการให้ความรู้ ของเซิร์น

ด้าน บรูไน ไมเออร์ ประธานบริหารของโรเล็กซ์กล่าวว่า โรเล็กซ์เชื่อในความสำคัญของการสนับสนุนความเป็นเลิศในงานวิจัยและความ พยายามต่างๆ ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ระดับสูง ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อประโยชน์และการเรียนรู้ที่อุปถัมภ์ โดยโรเล็กซ์ เราภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการทำงานที่น่าทึ่งของเซิร์น และทำให้งานดังกล่าวได้ปรากฏสู่สายตาสาธารณชนทั้งในสวิตเซอร์แลนด์และทั่ว โลก

สำหรับอาคารเดอะโกลบนั้นออกแบบโดย เฮอเว่ เดสซิมอส จาก กรุ๊ป เอช อาคิเท็คซ์ ในกรุงเจนีวา และวิศวกรไม้ โทมัส บูชิ แห่ง คาเป็นเท คอนเซ็ปท์ ซึ่งสถาปัตยกรรมนี้เป็นผลงานชิ้นเอกในนิทรรศการ เอ็กซ์โป 02 จัดแสดงที่เมืองนูชาแตล สวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2002 ด้วยเงินทุนจากสมาพันธืรัฐสวิส ต่อมาได้นำผลงานดังกล่าวมาประกอบขึ้นใหม่ที่เซิร์นเพื่อเป็นแรงบันดาลให้แก่ องค์กร

เดอะโกลบแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอีกขั้นในการกี่อสร้างสถาปัตยกรรมด้วย ไม้ โครงอาคารภายนอกที่เปรียบเสมือนรังดักแด้ ที่ได้รับการถักทออย่างประณีต ออกแบบมาเพื่อปกป้องตัวอาคารจากแสงอาทิตย์และภาวะแวดล้อมต่างๆ บริเวณด้านในทรงลูกบอลซึ่งมีโครงเช่นเดียวกันกับด้านนอก ประกอบด้วยโครงไม้ทรงโดมโค้ง 18 ชิ้น บุด้วยแผ่นไม้บาง ทำให้เห็นเป็นทรงสวยโดดเด่นคล้ายกับในโบสถ์ขนาดใหญ่ พื้นที่ระหว่างภายในและภายนอกอาคาร

การก่อสร้างเดอะโกลบใช้ไม้ 5 ชนิด ได้แก่ ไม้จากต้นสนสก็อต ต้นสนดั๊กลาส ต้นสปรูซ ต้นลาช และต้นคาเนเดียน เมเปล ซึ่งไม้เหล่านี้เป็นไม้ที่ดูดซับและเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นระยะเวลา นาน อาคารดังกล่าวจึงเป็นแหล่งเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขนาดใหญ่

ทั้งนี้ ต้นไม้ที่มีเนื้อไม้ 1 ลูกบาศก์เมตร เป็นต้นไม้ที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปริมาณ 1 ตัน ดังนั้นปริมาณไม้ทั้งหมด 2,500 ลูกบาศก์เมตรจากป่าสวิส ซึ่งนำมาสร้างเดอะโกลบนี้จึงดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ถึง 2,500 ตัน ผู้สนใจค้นหาข้อมูลเกียวกับเซิร์นและภาพนิทรรศการเพิ่มเติม ได้ที่ www.cern.ch

ขอบขอบคุณบทความดีๆ จาก http://thairecent.com

วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อลังการงานสร้างของเซิร์นยิงลำอนุภาคก่อมินิบิกแบง

เซิร์นยิงลำอนุภาคก่อมินิบิกแบง


นักฟิสิกส์ของเซิร์นประสบความสำเร็จในการยิงอนุภาคย่อยชนกันที่พลังงานสูง สุดเป็นสถิติใหม่ สร้างมินิบิกแบงที่คล้ายกับการระเบิดยุคแรกเริ่มของการก่อกำเนิดจักรวาล เมื่อ 13.7 พันล้านปีก่อน นักวิทยาศาสตร์โห่ร้องเป็นการเริ่มต้นของยุคใหม่

ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ยุโรป (เซิร์น) ประกาศว่า โครงการเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ (แอลเอชซี) ของเซิร์นสามารถปลดปล่อยการระเบิดของพลังงานในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน จากการยิงลำอนุภาคย่อยของโปรตอนพุ่งชนกันด้วยความเร็วใกล้ความเร็วแสง ภายในวงแหวนเครื่องเร่งอนุภาคความยาว 27 กิ โลเมตรใต้พรมแดนฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์ใกล้กับนครเจนีวา เมื่อเวลา 13.06 น. วันที่ 30 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่นของสวิส

เปาลา คาตาปาโน นักวิทยาศาสตร์และโฆษกของเซิร์น กล่าวว่า การยิงลำอนุภาคชนกันได้ที่ระดับ 7 Tev (ล้านล้านอิเล็กตรอนโวลต์) ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ส่วนเซอร์จิโอ แบร์โตลุกซี ผู้อำนวยการวิจัยของเซิร์นบอกว่า ความสำเร็จครั้งนี้เปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์อย่างแท้ จริง ในขณะที่รอล์ฟ ฮอยเออร์ ผู้อำนวยการทั่วไปของเซิร์น ถึงกับสะกดอารมณ์ตื่นเต้นไม่อยู่ขณะแถลงผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากโตเกียว โดยยกว่ามันคือช่วงเวลามหัศจรรย์ทางวิทยาศาสตร์

ความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการมูลค่า 9.4 พันล้านดอลลาร์นี้เกิดขึ้นภายหลังการเริ่มต้นอย่างกระท่อนกระแท่นของเครื่อง เร่งอนุภาคที่ใช้เงินลงทุนมหาศาล เมื่อปี 2551 ที่ทำให้นักฟิสิกส์ต้องยุติการทดลองเพื่อซ่อมแซมเครื่องหลังจากเปิดใช้งาน ได้แค่ไม่กี่วัน ก่อนจะเริ่มเดินเครื่องได้ใหม่เมื่อ พ.ย.ปีก่อน

ในความพยายามครั้งที่ 3 ของวัน นักฟิสิกส์สามารถทำให้ลำอนุภาคโปรตอน 20 ล้านอนุภาคพุ่งชนกันได้สำเร็จ ก่อให้เกิดการระเบิดของพลังงานในระดับเศษเสี้ยวที่เล็กมาก ที่ 7 TeV ซึ่งเป็นการจำลองสภาพการระเบิดใกล้เคียงกับบิกแบงที่ก่อกำเนิดเอกภพ ที่ซึ่งสสารและพลังงานถูกปลดปล่อยออกมา และนำไปสู่การก่อตัวของกลุ่มดาวและดาวเคราะห์และกำเนิดชีวิตในท้ายที่สุด

"เราอยู่ในระดับหนึ่งในพันล้านส่วนวินาทีของบิกแบง" เจมส์ กิลลีส์ โฆษกเซิร์นกล่าว

นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่ประจำตามห้องควบคุมต่างๆ ของเซิร์นต่างโห่ร้องยินดีและปรบมือเกรียวกราวเมื่อเครื่องตรวจหาแสดง ภาพกราฟิกการชนกันของอนุภาคย่อยของอะตอมบนจอคอมพิวเตอร์

สตีฟ มายเออร์ส ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีและเครื่องเร่งอนุภาค เปรียบเทียบความพยายามดังกล่าวว่า เหมือนการยิงเข็มจากสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกให้พุ่งชนกันที่กึ่ง กลางมหาสมุทร โดยอนุภาคเหล่านี้วิ่งสวนกันรอบวงแหวนดังกล่าวที่ความเร็วมากกว่า 5,000 รอบต่อวินาที

แอลเอชซีเคยประสบความสำเร็จในการยิงลำอนุภาคโปรตอน 2 ลำสวนทิศทางกันที่ระดับ 3.5 TeV เมื่อวันที่ 19 มี.ค. แต่การชนกันที่ระดับ 7 Tev ยังไม่ใช่ที่สุด แอลเอชซีตั้งเป้าจะเร่งอนุภาคถึงระดับ 14 Tev หรือ 2 เท่าของการทดลองปัจจุบัน ซึ่งเทียบเท่ากับ 99.99% ของความเร็วแสง

หลายเดือนและหลายปีนับจากนี้ นักวิจัยราว 10,000 คนในห้องปฏิบัติการทั่วโลกรวมถึงที่เซิร์นจะวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ จะได้จากการชนการชนอนุภาคเป็นพันๆ ล้านครั้ง เพื่อสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น นักวิทยาศาสตร์ตั้งความหวังไว้ด้วยว่า เครื่องนี้จะเผยหลักฐานของสสารมืด, อนุภาคฮิกส์โบซอนหรืออนุภาคพระเจ้า หรืออาจเผยมิติใหม่ๆ เพิ่มจาก 4 มิติที่มีอยู่

อย่างไรก็ดี เซิร์นยืนยันปฏิเสธเสียงทักท้วงของนักวิทยาศาสตร์อื่นๆ โดยเฉพาะจากสหรัฐและเยอรมนีที่สะท้อนความกังวลของนักทฤษฎีโลกาวินาศ ที่อ้างว่าโครงการนี้อาจสร้างหลุมดำขนาดจิ๋วที่จะดูดโลกกลืนหายไปด้วย.
1 เมษายน 2553

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก http://www.thaipost.net/news

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ผลงานอันเลิศล้ำ อันทรงคุณค่า ขององค์การเซิร์น

ผู้พัฒนาเวิร์ดไวด์เว็บ



นักวิจัยของเซิร์น เป็นผู้พัฒนาเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web, WWW) ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2532 โดยเว็บเพจแรกของโลก ดึงข้อมูลมาจากเว็บเซิร์ฟเวอร์ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ ของเซิร์น เมื่อ พ.ศ. 2534
ประเทศ สมาชิก
ประเทศผู้ลงนามก่อตั้งเซิร์นเมื่อ พ.ศ. 2497 มี 12 ประเทศ ได้แก่

* ประเทศเบลเยียม เบลเยียม
* ประเทศเดนมาร์ก เดนมาร์ก
* สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เยอรมนี (เมื่อแรกก่อตั้งมีเพียงเยอรมนีตะวันตก)
* ประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
* ประเทศกรีซ กรีซ
* ประเทศอิตาลี อิตาลี
* ประเทศนอร์เวย์ นอร์เวย์
*ประเทศสวีเดน สวีเดน
* ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์
* ประเทศเนเธอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์
* สหราชอาณาจักร สหราชอาณาจักร
* Flag of SFR Yugoslavia.svg ยูโกสลาเวีย (ถอนตัวออกในภายหลัง)

ประเทศผู้ก่อตั้งทุกประเทศยังคงเป็นสมาชิกของเซิร์น (เมื่อ พ.ศ. 2551) ยกเว้นยูโกสลาเวียที่ถอนตัวออกเมื่อ พ.ศ. 2504 และไม่กลับมาเข้าร่วมอีกเลย

นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เซิร์นได้รับประเทศอื่นๆเข้าเป็นสมาชิกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมหลังการก่อตั้งนี้ยังคงเป็นสมาชิกอย่างต่อ เนื่องนับตั้งแต่เข้าร่วม ยกเว้นสเปนที่เข้าร่วมเมื่อ พ.ศ. 2504 แล้วถอนตัวออกไปในอีก 8 ปีถัดมา และกลับมาเข้าร่วมเป็นสมาชิกอีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2526 ประวัติสมาชิกภาพของประเทศต่างๆเป็นดังนี้:

* ประเทศออสเตรีย ออสเตรีย เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2502 ทำให้เซิร์นมีประเทศสมาชิกในขณะนั้นทั้งหมด 13 ประเทศ ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 กระทรวงวิทยาศาสตร์และการวิจัยของออสเตรียได้ตัดสินใจและประกาศว่าจะยกเลิก สมาชิกภาพและถอนตัวออกจากเซิร์นในสิ้นปี พ.ศ. 2553 แต่ประกาศนี้ยังต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาแห่ง ออสเตรีย
* Flag of SFR Yugoslavia.svg ยูโกสลาเวีย ถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2504 (สมาชิก 12 ประเทศ)
* ประเทศสเปน สเปน เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2504 (ทำให้จำนวนประเทศสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 13 ประเทศอีกครั้ง) ต่อมาถอนตัวเมื่อ พ.ศ. 2512 (สมาชิก 12 ประเทศ) และกลับเข้าเป็นสมาชิกอีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2526 (สมาชิก 13 ประเทศ)
* สาธารณรัฐโปรตุเกส โปรตุเกส เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2528 (สมาชิก 14 ประเทศ)
* ประเทศฟินแลนด์ ฟินแลนด์ เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2534
* ประเทศโปแลนด์ โปแลนด์ เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2534 (พร้อมกับฟินแลนด์ ทำให้จำนวนประเทศสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 16 ประเทศ)
* ประเทศฮังการี ฮังการี เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2535 (สมาชิก 17 ประเทศ)
* สาธารณรัฐเช็ก สาธารณรัฐเช็ก เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2536
* ประเทศสโลวาเกีย สโลวาเกีย เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2536 (พร้อมกับสาธารณรัฐเชค ทำให้จำนวนประเทศสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 19 ประเทศ)
* ประเทศบัลแกเรีย บัลแกเรีย เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2542 (สมาชิก 20 ประเทศ)
* ประเทศมาซิโดเนีย มาซิโดเนีย เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2552 (สมาชิก 21 ประเทศ)

ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 20 ประเทศ ในจำนวนนี้มี 18 ประเทศที่เป็นสมาชิกของ สหภาพยุโรป

นอกจากนี้ ยังมีอีก 6 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศอีก 2 องค์กรที่อยู่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ได้แก่

* สาธารณรัฐอินเดีย อินเดีย
* ประเทศอิสราเอล อิสราเอล
* ประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
* สหพันธรัฐรัสเซีย รัสเซีย
*ประเทศตุรกี ตุรกี
* สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก www.wikipedia.org

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เปิดตัวองค์การเซิร์น

เซิร์น



องค์กรเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป
European Organization
for Nuclear Research
Organisation Européenne
pour la Recherche Nucléaire
ออร์กานิซาซีอ็อง เออรอปเปน


เซิร์น (อังกฤษ: European Organization for Nuclear Research; CERN; ฝรั่งเศส: Organisation européenne pour larecherche nucléaire) เป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อวิจัยและพัฒนาทางด้านนิวเคลียร์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2497 โดยมีประเทศสมาชิกก่อตั้ง 12 ประเทศ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์
เมื่อแรกก่อตั้ง เซิร์น มีชื่อว่า Conseil Européen pour la Recherche Nucléaire (European Council for Nuclear Research) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่อ CERN

เซิร์นเป็นสถานที่ทำการทดลองมากมายที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนำไปใช้ให้ เกิดประโยชน์ และยังมีชื่อเสียงในฐานะเป็นต้นกำเนิดของเวิลด์ไวด์เว็บสำนักงานหลักที่เขตเมแร็งมีศูนย์คอมพิวเตอร์ขนสำนักงานหลักที่เขตเมแร็งมีศูนย คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ที่มีอุปกรณ ์ประมวลผลข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงมากเพื่อการ วิเคราะห์ข้อมลจากการทดลอง และเนื่องจากจำเป็นต้องทำให้นักวิจัยในสถานที่อื่นสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ได้ จึงต้องมีฮับสำหรับข่ายงานบริเวณกว้างอีกด้วย
ในฐานะที่เป็นองค์กรระหว่างประเทศสถานที่ของเซิร์นจึงไม่อยู่ภายใต้อำนาจทางกฎหมายของทั้ง สวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส ใน พ.ศ. 2551 เซิร์นได้รับยอดบริจาคจากประเทศสมาชิกรวมแล้ว 1 พันล้านฟรังก์สวิส
สำนักงานใหญ่ของเซิร์น ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเจนีวาใกล้กับชายแดนฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่ตั้งของห้องปฏิบัติการนิวเคลียร์ฟิสิกส์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ 3000 คน
ปัจจุบัน เซิร์นกำลังติดตั้งเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ (Large Hadron Collider - LHC) ภายในอุโมงค์ใต้ดินรูปวงแหวนขนาดเส้นรอบวง 27 กิโลเมตร มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ใต้ดินของประเทศฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก การติดตั้งจะแล้วเสร็จและเริ่มการทดลองภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551

ขอขอบคุณข้อมูล ดีๆๆ จาก http://www.wikipedia.org